คุณอาจคิดว่ากลิ่นอับจากแอร์รถเป็นแค่ความน่ารำคาญ แต่ความจริงแล้วเชื้อราที่สะสมในระบบแอร์อาจส่งผลต่อสุขภาพของทุกคนในรถได้อย่างจริงจังครับ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีอาการภูมิแพ้
เชื้อราในแอร์รถมาจากไหน?
ระบบแอร์รถเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรามาก เพราะมีทั้งความมืด ความชื้น และอุณหภูมิที่เหมาะสม คอยล์เย็นที่เปียกอยู่เสมอพร้อมกับฝุ่นที่ดูดเข้ามาสร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับเชื้อราหลายสายพันธุ์
ผลต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
ผลระยะสั้น
- จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล
- แสบตา คันตา
- ไอหรือเจ็บคอโดยไม่มีสาเหตุ
- ปวดหัวหลังอยู่ในรถนานๆ
- อาการภูมิแพ้กำเริบ
ผลระยะยาว (กรณีได้รับสปอร์เชื้อราสะสม)
- โรคหืดหอบกำเริบหรือรุนแรงขึ้น
- การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
- ภูมิแพ้เรื้อรัง
- ในกรณีที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในปอด
กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับความสะอาดของแอร์รถมากที่สุดคือ เด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเช่นโรคหืดหรือถุงลมโป่งพอง ผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันลดลง และผู้ที่ใช้เวลาในรถเป็นเวลานานทุกวันเช่นพนักงานขับรถครับ
วิธีป้องกันที่ได้ผล
- ล้างแอร์รถอย่างน้อยปีละครั้ง
- อบโอโซนหลังการล้างแอร์เพื่อฆ่าเชื้อที่หลงเหลือ
- เปลี่ยนไส้กรองแอร์ตามระยะที่กำหนด
- หลังจอดรถ ปิดแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์สัก 2–3 นาที เพื่อให้คอยล์แห้งลง
- หลีกเลี่ยงการเปิดแอร์ในตำแหน่ง Recirculate นานเกินไปในพื้นที่ที่มีมลพิษ
สนใจบริการล้างแอร์รถยนต์และอบโอโซนถึงที่?
AirVerde — กำจัดเชื้อโรค 99.9% พร้อมกล้อง Real-time ตรวจสอบทุกขั้นตอน
LINE OA: @airverde


